“จากผู้สิ้นหวัง พลิกสู่ปราชญ์ของชุมพร”

“จากผู้สิ้นหวัง พลิกสู่ปราชญ์ของชุมพร”

ในโลกแห่งความวุ่นวายสับสน มนุษย์เงินเดือนยังคงใช้ชีวิตอยู่อย่างดิ้นรนขวนขวาย บางคนอาจทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดที่มีให้กับภาระหน้าที่ที่ต้องทำ บางคนอาจคิดฝันถึงการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด ขณะที่พ่อแม่ของมนุษย์เงินเดือนบางคนอาจกำลังหุงหาอาหาร และรอลูกๆ กลับมาจากที่ทำงาน เพื่อที่จะได้รับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน แต่สำหรับนายสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือลุงนิล เจ้าของสวนลุงนิลแห่งเมืองชุมพร กลับมีวิถีชีวิตที่ต่างจากมนุษย์เงินเดือนหรือพ่อแม่ของมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ลุงนิลไม่ต้องทำงานตามคำสั่งใคร และไม่ต้องรอให้ลูกกลับมาจากที่ทำงาน เพราะลูกหลานต่างก็ใช้ชีวิตที่บ้านด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้น ทุกๆ วันของลุงนิลจึงเป็นวันแห่งความสุข...

“จากผู้สิ้นหวัง พลิกสู่ปราชญ์ของชุมพร”

ในโลกแห่งความวุ่นวายสับสน มนุษย์เงินเดือนยังคงใช้ชีวิตอยู่อย่างดิ้นรนขวนขวาย บางคนอาจทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดที่มีให้กับภาระหน้าที่ที่ต้องทำ บางคนอาจคิดฝันถึงการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด ขณะที่พ่อแม่ของมนุษย์เงินเดือนบางคนอาจกำลังหุงหาอาหาร และรอลูกๆ กลับมาจากที่ทำงาน เพื่อที่จะได้รับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน แต่สำหรับนายสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือลุงนิล เจ้าของสวนลุงนิลแห่งเมืองชุมพร กลับมีวิถีชีวิตที่ต่างจากมนุษย์เงินเดือนหรือพ่อแม่ของมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ลุงนิลไม่ต้องทำงานตามคำสั่งใคร และไม่ต้องรอให้ลูกกลับมาจากที่ทำงาน เพราะลูกหลานต่างก็ใช้ชีวิตที่บ้านด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้น ทุกๆ วันของลุงนิลจึงเป็นวันแห่งความสุข

ลุงนิลเป็นชายวัย ๖๖ ปีที่ดูมีความสุขจนน่าอิจฉา การเป็นคนอารมณ์ดี พูดจาสนุกสนาน ทำให้คนรอบข้างก็มีความสุขตามไปด้วย ความสุขของลุงนิลแท้ที่จริงแล้วเกิดจากการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ลุงนิลศึกษาเรียนรู้แนวพระราชดำริและลงมือปฏิบัติ ด้วยการจัดสรรที่ดินที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ช่วยเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือน และยังทดลองปลูกพืชแบบคอนโด ๙ ชั้น ทำให้สวนลุงนิลเต็มไปด้วยต้นไม้มากมาย จนแลดูเหมือนป่าขนาดย่อมๆ ลุงนิลทำกิจกรรมการเกษตรหลายอย่าง แต่ไม่ต้องจ้างแรงงาน เพราะมีลูกหลานที่มองเห็นคุณค่า และร่วมกันบำรุงรักษาสวนแห่งนี้ให้อุดมสมบูรณ์ ทำให้ครอบครัวได้ใช้ชีวิตอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา มีสัมมาอาชีวะ มีการสร้างรายได้จากที่ดินทำกินของตัวเอง ไม่ต้องเข้าไปทำงานเบียดเสียดกันในเมือง

เมื่อพูดถึงคอนโด หลายคนคงนึกถึงอาคารที่พักอาศัยสูงใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมือง แต่สำหรับคุณลุงคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ทีอำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร กลับให้ความหมายของคอนโดที่แตกต่างออกไป คอนโด ๙ ชั้นของลุงนิล คือวิธีการทำสวนแบบไม่รังแกธรรมชาติ นั่นคือการปลูกต้นไม้ในลักษณะของป่าดงดิบ ให้ธรรมชาติพึ่งพากันเอง เติบใหญ่ได้ด้วยตัวเอง และมีลำดับชั้นของต้นไม้แต่ละชนิด จากชั้นแรกๆ ที่เป็นพืชผักสวนครัว ไปจนถึงชั้นสูงๆ ที่เป็นไม้ยืนต้น คอนโด ๙ ชั้นของลุงนิล ไม่ได้ให้ประโยชน์เพียงแค่เป็นแหล่งอาหารและแหล่งรายได้เท่านั้น แต่สภาพป่าที่เกิดขึ้นยังถือได้ว่าเป็นการคืนความอุดมสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม กว่าจะมีวันนี้ขึ้นมาได้ ชีวิตของลุงนิลผ่านการล้มลุกคลุกคลานมายาวนาน การใช้ชีวิตที่เกินตัวในอดีตกลายเป็นความล้มเหลว และก่อให้เกิดหนี้สินเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งครั้งหนึ่ง ลุงนิลถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา แต่นั่นคงไม่ใช่ทางออกที่ดีเป็นแน่ ในขณะที่คิดจะฆ่าตัวตายอยู่นั้นเอง ลุงนิลได้ยินพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทางโทรทัศน์ พระองค์ท่านทรงสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง อันจะเป็นภูมิคุ้มกันให้ประชาชนชาวไทยมีความสุขได้อย่างยั่งยืน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ตัวของลุงนิลเองก็เป็นแบบอย่างของความสำเร็จของการใช้ชีวิตแบบพอเพียงที่เห็นผลเป็นรูปธรรม เพราะเมื่อลุงนิลหันกลับมาสู้ชีวิตด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง นั่นก็ทำให้ลุงนิลสามารถปลดหนี้ก้อนใหญ่ลงได้ภายในเวลาไม่นานนัก และยังคิดค้นพัฒนาการปลูกพืชแบบคอนโด ๙ ชั้น ซึ่งทำให้มีผู้คนมากมายเดินทางเข้ามาศึกษาเรียนรู้ที่สวนลุงนิล จนทำให้ลุงนิลได้ชื่อว่าเป็นนักปราชญ์คนสำคัญแห่งเมืองชุมพร